พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) หรือพลังงานทดแทน หมายถึงพลังงานที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติที่สามารถหมุนเวียนและทดแทนได้อย่างต่อเนื่อง แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญ ได้แก่
1. พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy)
ได้จากการแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์
2. พลังงานลม (Wind Energy)
ได้จากการใช้กังหันลมเปลี่ยนพลังงานจลน์ของลมเป็นพลังงานไฟฟ้า
3. พลังงานน้ำ (Hydro Energy)
ได้จากการใช้แรงดันของน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนหรือประตูระบายน้ำมาหมุนกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
4. พลังงานชีวมวล (Biomass Energy)
ได้จากการเผาไหม้วัสดุที่เป็นหรือเคยเป็นสิ่งมีชีวิต เช่น เศษไม้ ซังข้าวโพด แกลบ
5. พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy)
ได้จากความร้อนจากใต้เปลือกโลก
6. พลังงานคลื่นและกระแสน้ำ (Wave and Tidal Energy)
ได้จากการแปลงพลังงานจลน์จากคลื่นและกระแสน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้า
พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เหล่านี้มีข้อดีคือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าพลังงานฟอสซิล สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ โดยเป็นทางออกในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติและหมุนเวียนได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด จึงเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของโลก ขณะที่การผลิตพลังงานดังกล่าวยังสามารถกระจายออกไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นต่างๆ ได้ เนื่องจากแหล่งกำเนิดพลังงานมีกระจายอยู่ทั่วไป ส่งผลให้ประเทศลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศและเกิดความมั่นคงด้านพลังงาน
นอกจากนี้ การผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ยังกระตุ้นให้เกิดการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานอย่างคุ้มค่า ดังนั้น พลังงานหมุนเวียนจึงมีบทบาทสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของโลกสู่ความยั่งยืนในด้านต่างๆ ทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
